บทที่ 1 เวนิตา
1
ณ สนามบินแห่งหนึ่ง ของประเทศอเมริกา
“สู้ๆนะคะ ฉันเชื่อว่าพี่ต้องทำได้ พี่แดนน่ะเป็นคนที่ใจดีมาก เขาไม่ปฏิเสธพี่หรอกค่ะ” พรพิมล ภรรยาแสนรักของรามสูร ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้ของเวนิตา ทว่าดันอายุน้อยกว่าน้องสามี
เวนิตามีนิสัยน่ารักและเป็นกันเอง จึงอนุญาตให้พี่สะใภ้แสนสวยเรียกตนเองว่า ‘พี่ริต้า’และเนื่องจากน้องสามีนั้นดันอายุมากกว่าตน จะให้เรียกว่า น้องริต้า มันก็คงจะฟังดูไม่ดีนัก
“เขาใจดีกับฮันนี่คนเดียวน่ะสิ เวลาอยู่กับริต้านะ ทำอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ ทั้งที่ริต้าก็อ้อนสารพัด แดนก็ยังไม่ค่อยชอบริต้าอยู่ดี ดีไม่ดีนะอาจจะเกลียดเลยก็ได้ แต่ก็ช่างเถอะ เพื่อให้คุณพ่อสบายใจ ริต้าคนนี้จะทำทุกอย่าง” ท่าทางกระตือรือร้นของสาววัยสามสิบกะรัต แต่หน้าตาและรูปร่างนั้นน่าจะอยู่ในวัยยี่สิบต้นๆเสียมากกว่า
ในสายตาของพรพิมล เวนิตาน่ารักมาก น่ารักจนหล่อนยังอดมองแล้วยิ้มไม่ได้ ถึงแม้น้องสามีคนนี้จะแก่กว่าตนเองตั้ง 4 ปี แต่สำหรับพรพิมลแล้ว เวนิตากลับดูเด็กกว่าเธอเสียอีก ขนาดเวลาเดินไปไหนมาไหนด้วยกัน ยังมีแต่คนถามเวนิตาว่า ‘เธอมีพี่สาวด้วยหรอ’ ทั้งที่พรพิมลอายุน้อยกว่า อาจจะเป็นเพราะหญิงสาวมีดวงหน้าคมหวานฉบับสาวไทยเดิมแถมตนเองก็มีลูกมีสามีแล้ว หน้าตาเลยเป็นไปตามอายุ
ทว่าคนบางคนหน้ากลับทรยศตัวเลขเพราะเป็นคนปากนิดจมูกหน่อย แลดูน่ารัก แถมยังเป็นสาวร่างเล็ก ซ้ำยังไม่มีลูกกับสามี เจ้าตัวยังยอมรับว่าดูแลตนเองตามคำแนะนำของแพทย์ทางด้านความงามของประเทศเกาหลีประจำ ฉะนั้นปัญหาเรื่องริ้วรอยจึงไม่มีเลยด้วยซ้ำ
ด้านภรรยาของรามสูรถึงจะไม่ได้หน้าเด็กเหมือนเวนิตา ความสวยของเธอก็ไม่ได้ลดลงเลย กลับสวยวันสวยคืนด้วยซ้ำ สวยมากเสียจนสามีถึงกับหงุดหงิดเวลาสาวเจ้าถูกผู้ชายคนอื่นมอง หนำซ้ำหุ่นของหล่อนยังดูจะสวยกว่าตอนที่ไม่มีลูกเสียอีก เอวคอดกิ่ว สะโพกงอนสวย ทรวงอกขยายใหญ่ขึ้น แถมยังสวยงามมากเป็นไซต์หน้าอกที่สาวๆทั้งหลายแหล่ใฝ่ฝัน แบบนี้สามียิ่งหลงหัวปักหัวปำ เอาลูกมาฝากให้เวนิตาเลี้ยงบ่อยมาก ทางแม่น้องสาวตัวดีก็รู้งาน อยู่เล่นกับน้องนางฟ้าจนกว่าทั้งสองจะจบเพลงรักบนเตียง
“ฮันนี่ดูแลตัวเองกับลูกดีๆ นะ เดี๋ยวริต้าจะกลับมาเยี่ยม” สองสาวกอดกันแลดูเหมือนพี่น้องแสนรักกำลังกอดลากัน พรพิมลโบกมือลาน้องสามีที่รัก เธอรู้สึกมีความสุขเหลือเกินตั้งแต่ตอนที่ตัดสินใจคืนดีกับสามีในวันที่ลูกสาวเกิด ชีวิตของเธอก็ได้พบแต่ความสุข มีครอบครัวที่แสนจะอบอุ่น ช่วงแรกๆ หญิงสาวกับสามีและลูกน้อย อาศัยอยู่ที่ประเทศไทย ทว่าเพิ่งย้ายมาอยู่เมืองนอกเมื่อปีที่แล้ว
ท่านอลันสุขภาพร่วงโรยตามอายุ แต่ไม่มีโรคร้ายมาคุกคาม ญาติพี่น้องและคนรู้จักจึงสบายใจขึ้น ถึงกระนั้นรามสูรก็ยังคงทนไม่ได้ เขาตัดสินใจจะดูแลธุรกิจทุกอย่างที่เป็นของพ่อ ซึ่งเขาก็ทำมันได้ดีจนทุกคนต่างภูมิใจ สุดท้ายแล้วจึงต้องพาลูกย้ายกลับมาอยู่ประเทศบ้านเกิด เพราะว่าธุรกิจส่วนใหญ่ของคุณพ่อและตนเองอยู่ที่นี่
ทางพรพิมลนั้นถึงจะยอมย้ายมาอยู่นี่ แต่ก็ยังโทรคุยกับคุณแม่ของตนทุกวัน พร้อมทั้งบินกลับไปเยี่ยมบ่อยๆ ทางมารดาเองก็ยังไม่หายขาดจากโรคร้าย แต่อาการดีขึ้นมากจนไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ตอนแรกท่านปฏิเสธจะไม่รับเงินเลี้ยงดูจากลูกเขย เพราะรู้สึกเกรงใจเป็นอย่างมาก ทว่าพอรามสูรบอกว่า ตนแต่งงานกับลูกสาวท่านแล้ว ก็เท่ากับเขาเป็นลูกชายอีกคนของท่าน เพราะคำพูดลึกซึ้งจริงใจ ท่านจึงยอมรับน้ำใจจากลูกเขย
พรพิมลเกรงใจเงินของรามสูร แต่ตนก็ต้องยอมรับ เพราะสามีพูดซึ้งด้วยความเต็มใจอีกตามเคยว่าชีวิตที่เหลือของเธอเขาจะเป็นคนดูแลเองแม่ของเธอเปรียบเสมือนแม่คนที่สองของเขา เขาจะดูแลคุณแม่และเมียรักให้ดีที่สุด ให้สมกับที่คุณแม่พิกุลยกลูกสาวให้ตน
ชายหนุ่มพูดถึงขนาดนี้เป็นใครก็ขัดใจเขาไม่ได้อยู่ดี เพราะทุกอย่างที่เขาทำให้ ล้วนทำมาจากใจจริงทั้งหมด
‘พี่แดนคะเปิดใจเถอะนะ น้ำผึ้งเชื่อว่าถ้าพี่ได้รักเธอคนนี้ พี่จะสุขไปจนวันสุดท้ายของชีวิตเลย’ คนที่เป็นรักแรกของแดเนียล ได้แต่ภาวนาให้ผู้ซึ่งเธอรักและเคารพเหมือนพี่ชาย ยอมเปิดใจ
ณ สนามบินสุวรรณภูมิ
“อยู่ไหนแล้วคะที่รัก” เวนิตาโทรหาคู่หมั้นทันทีที่ลงจากเครื่อง
“อยู่ตรงร้านไอติม” น้ำเสียงฟังดูไร้อารมณ์และเฉยชาอย่างชัดเจน จนทำให้หญิงสาวอยากจะถอนคำพูดที่เรียกผู้ชายคนนี้ว่า‘ที่รัก’
“โอเคค่ะ เดี๋ยวฉันเดินไป” เธอยังคงร่าเริงได้แบบทุกครั้ง เพราะชินกับแดเนียลเวอร์ชั่นเฉยชาตั้งแต่เด็กจนโตแล้ว ผู้ชายคนนี้สุขุมมาก จะยิ้มหรือหัวเราะตอนที่มีความสุขมากๆ เท่านั้น แต่คนที่ทำให้แดเนียลยิ้มได้ ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรให้มีความสุข นั่นก็คือพรพิมลรักแรกของเขา
เวนิตารู้ดีในเรื่องนี้ รามสูรเป็นคนเล่าให้ฟังอย่างละเอียด พรพิมลเป็นคนสวยแถมอ่อนหวาน เก่งงานบ้านงานเรือน ตามแบบฉบับสาวไทยดั้งเดิม ต่างกับเธอที่ในตัวมีเลือดไทยอยู่เช่นกันแต่กลับทำอะไรไม่เป็นเลย อายุปาเข้าไปสามสิบแล้วทอดไข่ดาวยังไหม้
เวนิตามาเมืองไทยนานๆครั้งเท่านั้น มาไหว้กระดูก คุณตา คุณยาย พร้อมคุณแม่ พักอยู่ไม่กี่วันก็กลับ ดังนั้นวัฒนธรรมไทยไม่ได้แทรกซึมเข้าไปแม้แต่น้อย ได้เพิ่มเติมมาทุกครั้งก็แค่สถานที่ท่องเที่ยวแสนสนุกเท่านั้น
“ริต้า!” เสียงเรียกดังๆของผู้คนกลุ่มหนึ่งดังขึ้น ทำเอาแม่นักร้องอิสระที่ตอนนี้ได้ลาออกจากวงการอย่างถาวรถึงกับตกใจ ไม่อยากเชื่อว่าคนไทยยังชื่นชอบตนอยู่
“สวัสดีค่ะ” เธอพยายามพูดไทยให้ชัดที่สุด พร้อมทั้งยกมือไหว้แฟนคลับกลุ่มนั้นอย่างสวยงาม ก่อนจะพูดคุยกับทุกคนแบบเป็นกันเอง รวมทั้งถ่ายรูป โดยลืมไปชั่วขณะว่ามีคนกำลังรออยู่
เวนิตาลามือจากวงการบันเทิงได้เกือบปีแล้ว อันที่จริงเธอเป็นนักร้องของประเทศเกาหลี อยู่ในสังกัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก เป็นนักร้องอยู่ในวงเกิร์ลกรุ๊ปวงหนึ่ง เป็นวงที่มีชื่อเสียโด่งดัง ตอนนั้นเธอและสมาชิกทุกคนในวงเป็นที่รู้จักไปทั่วเอเชีย ทว่าพอหมดสัญญากับสังกัด รวมถึงมีเรื่องกับคนในวง เวนิตาผู้ไม่ยอมแพ้ต่อความเลวร้าย ไม่ยอมรับความผิดที่ผู้อื่นยัดเหยียดให้ หญิงสาวจึงถอนตัวออกจากวงในวัยเพียงยี่สิบห้าปี และหันมาเป็นนักร้องอิสระ
ส่วนวงได้ยุบลงตั้งแต่ตอนที่เธอออกมา หญิงสาวยังคงติดต่อกับสมาชิกคนอื่นอยู่ เว้นเสียแต่ผู้ที่ตนมีเรื่องด้วย เนื่องจากหญิงสาวคนนั้นมีนิสัยไม่ยอมคนเหมือนกับเวนิตา แตกต่างกันตรงเวนิตายอมรับความผิด แต่หญิงผู้นั้นไม่ยอม กระนั้นจึงยืนยันจะไม่ขอโทษเวนิตา ทั้งที่รู้ว่าตนผิด ส่วนแฟนคลับน่าจะยังติดตามเธอจากไอจี (อินสตาร์แกรม) จึงรู้ว่าเจ้าตัวจะมาเมือไทย
“ขอบคุณที่ยังติดตามนะคะ” พูดได้ไม่ค่อยชัดหนัก แต่ว่าแฟนคลับก็ฟังออกและดูเหมือนว่าจะตกหลุมรักเวนิตามากกว่าเดิม
ในระหว่างที่ถ่ายรูปกับแฟนคลับนับสิบคน สายตาคมสวยจึงไปสะดุดเข้ากับชายคนหนึ่ง ซึ่งกำลังทำหน้ายักษ์ใส่ตน เพียงเท่านั้นเวนิตาจึงรีบขอบคุณและขอโทษ จากนั้นก็รีบวิ่งออกมาจากดงแฟนคลับ เพื่อมาหาว่าที่พ่อของลูก
“ไปกันได้หรือยัง คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงหรือไงต้องให้ฉันมารอ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด พร้อมทั้งกวาดสายตามองการแต่งตัวของแม่นางแบบ-นักร้องชื่อดัง เธอใส่กางเกงขาสั้นแบบเอวสูงขาดๆ ตามแฟชั่น สวมเสื้อกล้ามสีขาวแถมบางจนเห็นได้ว่าเจ้าตัวใส่ยกทรงสีดำข้างในอกอวบอูมที่มันดูจะใหญ่เกินตัวหล่อนใส่เสื้อยีนส์ยี่ห้อดังมาคลุมไว้ที่ไหล่ โดยการเอาแขนเสื้อทั้งสองมาผูกเป็นปมไว้ที่อกของตน เพื่อให้ดูมีสไตล์ พร้อมทั้งยังใส่รองเท้าส้นสูงสีดำ เอาแว่นกันแดดคาดไว้ที่ผม
ผมสีน้ำตาลทองถูกดัดลอนอย่างสวยงาม การแต่งตัวแบบนี้ มันดูน่ารักและเซ็กส์ซี่จนทำให้ผู้คนที่เดินไปมาต้องหยุดมอง ในความคิดของเขาการแต่งตัวแบบนี้มันก็เข้ากับฤดูร้อนอยู่หรอก คนอื่นอาจจะมองว่าสวยเก๋มีสไตล์ อันที่จริงการแต่งตัวก็ออกจะธรรมดา...
ทว่ารูปร่างที่สวยเสียจนผู้ชายต้องมองเหลี่ยวหลัง ทำให้มันดูแพงมาก
“รู้นะว่านี่มันฤดูร้อน แต่เธอก็ควรจะรู้ไว้ด้วยว่านี่มันประเทศไทย ไม่ใช่อเมริกา จะแต่งตัวโป๊ๆก็ควรระวังหน่อย เดี๋ยวพวกหน้ามืดมันจะลากเข้าป่า” เขายังคงทำตัวแข็งกระด้างกับเธอเหมือนเคย แม่สาวจอมยียวนก็ใช่เล่น เธอกวนประสาทผู้ชายใจร้ายตรงหน้าได้สุดยอด
“อ้อ...จริงหรอคะ อยากโดนลากจัง คิคิ” เธอหัวเราะด้วยท่าทางน่ารักพร้อมทั้งทำท่ามีความสุขเป็นที่สุดเมื่อพูดคำว่า ‘อยากโดนลาก’
“เธอนี่มันแรดจริงๆ เลยนะ” คำด่าดูเหมือนการหยอกล้อธรรมดา แต่ว่าท่าทางของฝ่ายชายนั้นดูจริงจังมากเหลือเกิน เขาคงจะเกลียเธอมาก เพราะปกติแล้วแดเนียลไม่เคยตวาดใส่ใครด้วยซ้ำ
‘ได้สิแดเนียล ไม่ชอบฉันนัก ฉันก็จะไม่ชอบนายเหมือนกัน สิ่งที่ฉันอยากได้คือลูกกับทะเบียนสมรสนี่ ฉันไม่ได้ต้องการนาย’ แม่สาวจอมยียวนคิดแบบนั้นในใจ
ถึงแม้แท้จริงจะรู้สึกไม่ดีกับความหยาบกระด้างของชายตรงหน้า ทว่าเจ้าหล่อนเป็นพวกไม่ชอบแพ้ใคร แถมยังรู้อีกด้วยว่าต้องตอบโต้อย่างไรแดเนียลถึงจะหัวเสียมากกว่าเดิม ชายหนุ่มเป็นประเภทจริงจังกับทุกๆเรื่องฉะนั้นการที่เธอกวนประสาทเขาเป็นการโต้ตอบ คนๆนี้จะต้องโมโหมากแน่นอน
“ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ” พูดจบก็จุ๊บที่ริมฝีปากเขาเบาๆ ทำเอาแดเนียลผงะไปนิดหน่อย ก่อนจะรู้สึกตัวว่าตนเองไม่ควรมาเพลินกับการจุ๊บริมฝีปากเพียงเบาๆ หนำซ้ำคนที่ทำก็คือ ผู้ที่ตนเองเกลียดแสนเกลียด
“แฟนริต้าหรอน่ะ หล่อจังเลยอ่ะแก ยังกับดาราฮอลลีวู้ดแน่ะ” แฟนคลับพวกนั้นต่างพากันกรี๊ดกับฉากหวานๆเมื่อครู่ แถมความหล่อเหลาของเจ้าพ่อแห่งหุบเขา ยังสามารถสะกดทุกสายตาของเด็กติ่งพวกนั้นได้อีกผู้ชายที่ใส่กางเกงยีนส์สีเข้มยี่ห้อดัง ใส่เสื้อเชิ้ตลายสก๊อตสีเข้ม พร้อมทั้งพับแขนเสื้อขึ้นมาให้อยู่ตรงศอก ผมหนวดเคราและนัยน์ตาสีน้ำตาล บอกให้รู้อย่างชัดเจนว่าเขาคือชาวต่างชาติ เครื่องหน้าหล่อเหลาคมเข้มเสียจนทำให้สาวๆใจสั่น เรียกได้ว่าในเวลานี้ทั้งสองคนคือจุดเด่นของสนามบินเพราะมีสายตาหลายคู่จ้องมองอยู่
“ฉันไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าเธอแล้วนะเวนิตา ไร้ยางอาย!” ไม่รอให้คู่หมั้นสาวได้ตอกกลับ ชายหนุ่มก็เดินหน้ายักษ์ออกไป ปล่อยให้แม่สาวสวยหน้าอินเตอร์ต้องถือของพะรุงพะรังคนเดียว
“ฉันควรจะดีใจสินะ ฉันสามารถเปลี่ยนพ่อเทพบุตรของทุกคน ให้กลายเป็นอสูรใจร้ายของตัวเองได้ หึๆ“ พูดและหัวเราะเบาๆ
เธอจะถือว่านี่เป็นเรื่องดี เพราะว่าไม่มีใครเคยเห็นแดเนียลในมาดผู้ชายใจร้ายมาก่อน ในเมื่อหยาบคายกับเธอนัก เธอก็จะทำให้ทุกคนได้รู้กันไปเลยว่าเจ้านายของพวกเขาแท้จริงแล้วเป็นอสูรใจร้ายไม่ใช้เทพบุตร
เวนิตาเตรียมใจไว้แล้วว่าแดเนียลต้องร้ายกับเธอมากแน่ๆเมื่อถึงไร่ เพราะฉะนั้นไม่ว่าอะไรจะเข้ามา ตนจะทำให้ทุกอย่างมันดูสนุก จะไม่ยอมให้แดเนียลโหดร้ายกับตัวเองอยู่ฝ่ายเดียว
‘ฉันจะต้องทำให้นายนี่เป็นสามีตัวเองให้ได้!’
